ข้อมูลรายได้ของบริษัทผู้จำหน่ายปุ๋ยเคมีในประเทศไทยชี้ให้เห็นว่า ตลาดปุ๋ยของไทยมีลักษณะกระจุกตัวค่อนข้างสูง แม้จะไม่ได้มีบริษัทใดผูกขาดตลาดเพียงรายเดียวก็ตาม

จากข้อมูลปีล่าสุดพบว่า บริษัท 5 อันดับแรกครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 63.5% ของมูลค่าตลาดปุ๋ยเคมีทั้งหมดประมาณ 92,747 ล้านบาท

บริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ
เจียไต๋ (เครือซีพี) ครองตลาดประมาณ 21.25%
รองลงมาคือ ไทยเซ็นทรัลเคมี ประมาณ 13.75%
และ เทอราโกร(เครือไทยเบฟ) ประมาณ 12.75%
ขณะที่ ยารา และ ICP มีส่วนแบ่งประมาณ 8.32% และ 7.44% ตามลำดับ
ส่วนบริษัทอื่น ๆ รวมกันอยู่ที่ประมาณ 36.49%

โครงสร้างตลาดเป็นผู้ขายน้อยราย (Oligopoly) หมายถึงตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนไม่มาก แต่แต่ละรายมีอำนาจตลาด (market power) สูงพอที่จะมีอิทธิพลต่อราคาและเงื่อนไขการแข่งขัน แม้จะไม่ได้ผูกขาดโดยบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

โครงสร้างตลาดที่กระจุกตัวเช่นนี้อาจไม่ใช่ปัญหาในภาวะปกติ แต่ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงานและปุ๋ยจาก ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเป็นไปได้ของสงครามกับอิหร่าน สถานการณ์อาจเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ในสถานการณ์เช่นนี้ ตลาดที่มีผู้เล่นหลักไม่กี่รายย่อมมีความเสี่ยงต่อพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การกักตุนสินค้า (hoarding) เพื่อรอขายในราคาสูง การชะลอการปล่อยสินค้าเข้าสู่ตลาด และการปรับราคาที่รวดเร็วเกินกว่าต้นทุนจริง เป็นต้น

พฤติกรรมเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้องเกิดจากการสมรู้ร่วมคิดโดยตรง แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนน้อยและมีอำนาจตลาดสูง

ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานรัฐจึงควร ติดตามตลาดปุ๋ยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกมีความผันผวนสูง มาตรการที่ควรพิจารณา ได้แก่ การติดตาม ปริมาณสต็อกปุ๋ยของผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรายใหญ่ การเฝ้าระวัง การปรับราคาที่ผิดปกติ และการป้องกัน การกักตุนสินค้าในภาวะวิกฤต รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลตลาดให้โปร่งใส เพื่อให้เกษตรกรและสาธารณะรับรู้สถานการณ์จริง

การกำกับดูแลเชิงรุกเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงการแทรกแซงตลาดโดยไม่จำเป็น แต่เป็นการ ป้องกันไม่ให้โครงสร้างตลาดที่กระจุกตัวถูกใช้เป็นช่องทางในการเอาเปรียบเกษตรกร

ตลาดปุ๋ยไทยอาจไม่ได้เป็นตลาดผูกขาด แต่ก็เป็นตลาดที่ ผู้เล่นรายใหญ่มีอิทธิพลสูง หากเกิดวิกฤตพลังงานหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเฝ้าระวังตลาดอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อปกป้องเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ที่มา