ปุ๋ยเคมีเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของระบบอาหารโลก เพราะเกษตรกรรมสมัยใหม่พึ่งพาธาตุอาหารหลักสามชนิด ได้แก่
ไนโตรเจน (N)ฟอสฟอรัส (P)โพแทสเซียม (K)
ธาตุอาหารทั้งสามชนิดนี้มีบทบาทสำคัญการเพิ่มผลผลิตของพืชซึ่งถูกปรับปรุงพันธุ์มาเพื่อให้ตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก แต่ทรัพยากรที่ใช้ผลิตปุ๋ยไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียม หากกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ภูมิภาคของโลก
แผนที่ Global Fertilizer Trade Map ของ International Fertilizer Association และ ICIS แสดงให้เห็นเครือข่ายการค้าปุ๋ยโลกที่เชื่อมโยงกันผ่านเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ และสะท้อนให้เห็นโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์ของทรัพยากรปุ๋ยอย่างชัดเจน
ปุ๋ยโพแทชมาจากแร่ใต้ดิน ซึ่งมีอยู่ในไม่กี่ประเทศ เช่น แคนาดา รัสเซีย เบลารุส ประเทศเหล่านี้เป็นผู้ผลิตโพแทชรายใหญ่ของโลก และเป็นแหล่งส่งออกสำคัญไปยังประเทศเกษตรกรรม เช่น บราซิล จีน อินเดีย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ยูเรีย ผลิตจาก ก๊าซธรรมชาติ ทำให้ประเทศที่มีทรัพยากรพลังงานจำนวนมากกลายเป็นผู้ส่งออกหลัก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน รัสเซีย จีน ภูมิภาคตะวันออกกลางจึงเป็นศูนย์กลางการส่งออกปุ๋ยไนโตรเจนของโลก โดยเฉพาะไปยังเอเชีย
ฟอสเฟตมาจากแร่ฟอสเฟต ซึ่งกระจุกตัวในประเทศ เช่น โมร็อกโก จีน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา
ข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ ในปี พ.ศ. 2568 ไทยนำเข้าปุ๋ยประมาณ 6.1 ล้านตันต่อปี จากประเทศต่อไปนี้
| ประเทศ | ปริมาณ (ตัน) | สัดส่วน |
|---|---|---|
| จีน | 1,453,002 | 23.8% |
| ซาอุดีอาระเบีย | 1,093,396 | 17.9% |
| รัสเซีย | 626,716 | 10.3% |
| โอมาน | 348,947 | 5.7% |
| แคนาดา | 317,210 | 5.2% |
| เกาหลีใต้ | 296,882 | 4.9% |
| มาเลเซีย | 266,721 | 4.4% |
| ลาว | 252,249 | 4.1% |
| กาตาร์ | 240,897 | 4.0% |
เมื่อรวมประเทศในตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน กาตาร์ จอร์แดน อิสราเอล บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยรวมประมาณ 2.05 ล้านตัน หรือ 33.6% ของทั้งหมด
ระหว่างสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 แสดงให้เห็นความเปราะบางของระบบปุ๋ยโลกอย่างชัดเจน ก่อนสงคราม รัสเซียและเบลารุสเป็นผู้ส่งออกโพแทชรายใหญ่ของโลก คิดเป็นเกือบ 40% ของการค้าโพแทชโลก เมื่อเกิดการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การส่งออกโพแทชลดลง ราคาปุ๋ยโลกพุ่งสูง ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะต้องนำเข้าโพแทชจากตลาดโลก
สงครามอิหร่าน กำลังสร้างความกังวลต่อระบบปุ๋ยโลก เพราะประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เป็นผู้ผลิตยูเรียรายใหญ่ของโลก และเป็นแหล่งสำคัญของปุ๋ยไนโตรเจน อีกทั้งเส้นทางขนส่งปุ๋ยจำนวนมาก ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งใน chokepoint สำคัญของการค้าพลังงานและปุ๋ยโลก
ราคาปุ๋ยไนโตรเจนกำลังพุ่งขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยเพราะเป็นปุ๋ยที่ไทยนำเข้ามากที่สุด
ทางออกเดียวคือ ต้องลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีลง ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย และแน่นอนที่สุดต้องเพิ่มสัดส่วนเกษตรกรรมเชิงนิเวศ เพิ่มบทบาทการใช้ปุ๋ยอินทรีย์/ชีวภาพให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบคำถามการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และความมั่นคงทางอาหารในระยะสั้นเท่านั้น แต่ตอบโจทย์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของระบบเกษตรกรรมและอาหารระยะยาวด้วย