ภายใต้กรอบ “เกษตรนิเวศ และความเป็นธรรม”
ในช่วงเลือกตั้ง เรามักได้ยินนโยบายเกษตรที่พูดถึง ราคาพืชผล รายได้เกษตรกร และการอุดหนุนจากรัฐ แต่คำถามที่สำคัญคือ นโยบายเหล่านี้จะพาเกษตรไทยออกจากวิกฤตความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ ปัญหาฝุ่นพิษ โลกร้อน และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรและประชาชนกำลังเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบันได้หรือไม่?
เราใช้กรอบ “เกษตรนิเวศ + ความเป็นธรรม” และสรุปผลออกมาเป็น “ดาว” ⭐ เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ
เราให้ ⭐ จากนโยบายที่ “วางทิศทาง” เอื้อต่อ 12 ตัวชี้วัด ดังนี้
หมวดที่ 1: ฐานระบบนิเวศ
– การฟื้นฟูดิน–น้ำ–ทรัพยากร
– ความหลากหลายทางชีวภาพ (รวมชนิดรุกราน เช่น ปลาหมอคางดำ)
– การจัดการที่ดินและป่า บนฐานสิทธิชุมชน
หมวดที่ 2: การเปลี่ยนระบบการผลิต
– การลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก (ปุ๋ย สารเคมี เมล็ดพันธุ์)
– การจัดการการเผาและชีวมวล (แก้ PM2.5 จากต้นตอ)
– นโยบายโลกร้อนที่เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ ไม่ฟอกเขียว
หมวดที่ 3: ตลาดและการค้า
– ตลาดเขียวและการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ (GPP)
– การค้าและการนำเข้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
– การแก้ปัญหาการผูกขาดและอำนาจตลาดในห่วงโซ่อาหาร
หมวดที่ 4: ความเป็นธรรมและธรรมาภิบาล
– การเพิ่มอำนาจต่อรองของเกษตรกรรายย่อย
– ความเป็นธรรมในการเปลี่ยนผ่าน
– ความสอดคล้องของนโยบาย (Policy Coherence)
โดย ⭐ คือระดับ “ความสอดคล้องเชิงทิศทาง” ที่เอื้อต่อการพัฒนาเกษตรนิเวศและความเป็นธรรม ซึ่งผลการประเมินพบว่า
⭐⭐⭐⭐พรรคประชาชน ได้คะแนนสูงสุด เพราะมีนโยบายที่ เชื่อมกันเป็นระบบตั้งแต่การฟื้นฟูฐานทรัพยากร ดิน ระบบการปลูกพืช การแก้ PM2.5 จากต้นตอ การให้คำมั่นแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ การใช้มาตรการการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และการพูดถึงอำนาจตลาดและความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม เราได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในประเด็นความเสี่ยงของการแปลงที่ดินเป็นโฉนด หรือคาร์บอนเป็น “สินทรัพย์” นั้นจำเป็นต้องมีเงื่อนไขกำกับอย่างรัดกุม

⭐⭐⭐พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนรองลงมา เพราะมีความเข้าใจเรื่อง บทบาทตลาด มาตรการการค้า และมีนโยบายฝุ่นข้ามแดน แต่ยังขาดความชัดเจนเรื่องฐานนิเวศ และการเปลี่ยนโครงสร้างระบบการผลิตโดยรวม (ประชาธิปัตย์ได้คะแนนสูงกว่า 3 พรรคท้าย เพราะคะแนนจากนโยบายฝุ่นข้ามแดน และยกระดับมาตรฐานการค้า)

⭐⭐พรรคกล้าธรรม แตะประเด็นปัญหาหลักบางเรื่อง เช่น ที่ดิน แต่แนวทางยังขัดกับหลักทรัพยากรร่วม และยังไม่มีนโยบายด้านนิเวศและตลาดที่ชัดเจนเพียงพอ

⭐⭐พรรคเพื่อไทย เน้นนโยบายรายได้และการอุดหนุน ช่วยบรรเทาปัญหาระยะสั้น แต่ยังไม่เห็นทิศทางการเปลี่ยนระบบเกษตร ตามตัวชี้วัดด้านนิเวศ อำนาจ และความเป็นธรรม

⭐⭐พรรคภูมิใจไทย วางเกษตรในกรอบธุรกิจและการเติบโตยังไม่เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดด้าน ดิน ป่า ฝุ่น โลกร้อน และอำนาจตลาดอย่างชัดเจน
หมายเหตุ : ในบรรดาพรรคการเมืองทั้งหมด พรรคประชาชนมีกระบวนการพัฒนานโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องมากที่สุด ส่วนพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์เราสามารถเข้าถึงนโยบายได้จากเว็บและเพจอย่างเป็นทางการของพรรคไม่ยากนัก แต่อีกสองพรรค คือภูมิใจไทยและกล้าธรรมกลับเข้าถึงได้อย่างยากลำบาก ต้องเก็บตกจากข่าวผ่านสื่อต่างๆแทน