การระบาดของปลาหมอคางดำ เป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมของไทย ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องเอเลียนสปีชีส์ธรรมดาๆ แต่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ยักษ์ใหญ่ และส่งผลกระทบต่อทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง การประกอบอาชีพของชาวประมงรายย่อย ผู้บริโภค และความสูญเสียบริการทางนิเวศจากผลต่อระบบนิเวศ
ไบโอไทยติดตามและมีส่วนร่วมกับความพยายามในการแก้ปัญหานี้อย่างใกล้ชิด เห็นบทบาทของพรรคการเมือง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการ ประชาชนในท้องถิ่น สื่อ บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง
นี่เป็นคะแนนการประเมินของเราจากคะแนนเต็ม 10 ว่าพรรคการเมืองใด ได้รับคะแนนเท่าไหร่ต่อความใส่ใจและความพยายามที่จะแก้ปัญหานี้
1. พรรคประชาชน ได้ 9 คะแนนเต็ม 10
จากการทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบหาหลักฐานผู้กระทำผิด ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน สมาชิกพรรคหลายคนโดยเฉพาะส.ส.กายติดตามปัญหาและอภิปรายปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง หัวหน้าเท้งอภิปรายเรื่องนี้ในสภาคราวอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และประกาศว่าถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลจะเอาผู้กระทำผิดมาแสดงความรับผิดชอบ หักคะแนน 1 คะแนนที่รายงานสรุปของอนุฯกมธ.ที่หมอวาโยเป็นประธานไม่กล้าเอ่ยชื่อบริษัทต้นเหตุ (แต่ก็เข้าใจได้ว่ากมธ.ประกอบด้วยบุคคลที่มาจากหลายพรรค และมีอนุฯกมธ.บางคนที่ใกล้ชิดกับบริษัทเอกชน)

2. พรรคกล้าธรรม ได้ 2 คะแนนเต็ม 10
พรรคนี้รับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯดูแลกรมประมงโดยตรง ได้คะแนนจากการประกาศว่าจะยกระดับปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ หางบจากการยางมาจับปลาหมอคางดำทำปุ๋ยชีวภาพ แต่ถูกหักคะแนนจาก ประกาศว่าจะสอบสวนหาผู้กระทำผิดภายใน 7 วันแต่กลับล้มเหลว แถมรัฐมนตรีไปสำรวจปลาหมอคางดำที่สมุทรสงครามบอกว่าไปสำรวจทั้งวันเจอปลาหมอแค่ตัวเดียว ทั้งๆที่ในช่วงเวลาเดียวกันชาวบ้านจับปลาหมอคางดำบ่อเดียวได้ 4 ตัน สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทำเป็นเล่นใหญ่ประกาศใหญ่โตว่าจะทำสงครามกับปลาหมอคางดำ แต่กลับไม่ทำอะไรเลยหลังจากนั้น

3. พรรคเพื่อไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้คะแนน 1 คะแนน
จากการอนุมัติงบประมาณ 96 ล้านเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ แต่นั่นเป็นผลมาจากชาวบ้าน 19 จังหวัดอดทนไม่ไหวรวมตัวกันเกือบพันเทปลา 2 ตันหน้าทำเนียบ แถมวันที่ชาวบ้านมาพบยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ นายก(อุ๊งอิ๊ง)กลับไม่ยอมมาพบ แต่ในเช้าวันเดียวกันที่ชาวบ้านชุมนุมกลับเปิดทำเนียบให้กลุ่มเศรษฐีประมงพาณิชย์มาพบมอบดอกไม้ ขอบคุณที่อนุมัติงบพันล้านซื้อเรือกรณีผลกระทบ IUU

4. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 1 คะแนน
พรรคนี้มีหัวหน้าพรรคขณะนั้น (นายเฉลิมชัย)ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯ ซึ่งดูและทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีไม่ยอมทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องปลาหมอคางดำ หลบเลี่ยงการตอบกระทู้ในสภาหลายครั้ง ได้ 1 คะแนนจากการส่งจดหมายตอบวุฒิสภาว่า กระทรวงทรัพย์ฯมีอำนาจในการฟ้องผู้กระทำผิดได้ในกรณีปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ (แต่ก็ไม่ทำอะไร)
5. พรรคอื่นๆไม่มีคะแนน
ขณะนี้การระบาดของปลาหมอคางดำได้ขยายวงจาก 19 จังหวัดเป็น 21 จังหวัด และล่าสุดพบในทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในฮอตสปอตความหลากหลายของสัตว์น้ำของเอเชียเรียบร้อยแล้ว
ในอีก 4 ปีข้างหน้าปัญหาปลาหมอคางดำจะยิ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ แม้ว่าจะมีบางกลุ่มพยายามบิดเบือนเบี่ยงเบนและกลบฝังปัญหานี้ทุกวิถีทางก็ตาม
ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งสำหรับการพิจารณาว่าเราจะเลือกพรรคการเมืองใด สำหรับเลือกตั้งปี 2569 เพื่อเผชิญหน้ากับปัญหานี้
อย่าลืมว่าเสียงของประชาชนสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ !