1. นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Goldman Sachs และ Bloomberg Economics มองฉากทัศน์ไว้ดังนี้

  1. คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ผลกระทบหลักถ้าปิดระยะสั้น (1 เดือน) น้ำมันจะเพิ่มเป็น $105 – $120 ตลาดจะเผชิญกับภาวะ Panic Buying และการเร่งดึงน้ำมันจากคลังสำรอง (SPR) ออกมาใช้
  2. ปิดระยะกลาง (2-3 เดือน) ราคาน้ำมันจะพุ่งเป็น $130 – $164 โดยหากการเจรจาไม่คืบหน้า ราคาจะพุ่งไปแตะระดับ New High ที่อาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
  3. ปิดถาวร ผลกระทบจะขยายวงกว้าง ราคาน้ำมันจะพุ่งเป็น $200+ ตามที่อิหร่านประกาศไว้ ถือว่าเป็น “Worst-case scenario” ที่นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจเกิดขึ้นหากโครงสร้างพื้นฐานในอ่าวเปอร์เซียถูกทำลายอย่างหนัก

2. โดยขณะนี้ช่องแคบฮอร์มุซแทบปิดมาแล้ว 3 สัปดาห์ ! ราคาปัจจุบันน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะลุ $106 – $110 ต่อบาร์เรล ไปแล้ว (บางช่วงแตะ $120 ในช่วงต้นเดือน)

3. ที่นักวิเคราะห์ทำนาย คือถ้าน้ำมันแพงขึ้นในระดับที่มากกว่า 147 เสี่ยงมากที่จะเกิดวิกฤตอาหารใหญ่ของโลกแบบที่เคยเกิดขึ้นในปี 2008

และหากสงครามยืดเยื้อตามที่คาดการณ์นี่จะเป็นวิกฤตอาหารร้ายแรงที่สุดในยุคสมัยของเรา โดยหากราคาน้ำมันดิบยืนระยะเหนือ $147 ต่อบาร์เรลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ วิกฤตอาหารที่ตามมาจะไม่ใช่แค่ของแพงแต่คือการขาดแคลน ในระดับโครงสร้าง ดังนี้

  • “ปุ๋ย” คือโดมิโนตัวแรกที่ล้ม เพราะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยไนโตรเจน (ผ่านกระบวนการ Haber-Bosch) โรงงานปุ๋ยอาจจะหยุดหรือชะลอการผลิตเพราะไม่คุ้มทุน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2022 แต่ครั้งนี้จะรุนแรงกว่า
  • วิกฤตการขนส่งและ “ระยะทางของอาหาร” (Food Miles) อย่าลืมว่าอาหารส่วนใหญ่ของโลกเดินทางเฉลี่ย 2,400 กิโลเมตรก่อนถึงจานบนโต๊ะอาหารของเรา
  • ค่าระวางเรือและรถบรรทุกกระทบเพราะน้ำมันที่ $147+ จะทำให้ค่าขนส่งข้ามโลกพุ่งขึ้นจนสินค้าเกษตรราคาถูก (เช่น ข้าวโพด, ถั่วเหลือง)จะแพงขึ้น
  • สงครามแย่งชิง “พลังงาน vs อาหาร” (Biofuels Trap) เมื่อน้ำมันแพงเกินไป โลกจะหันไปหาพลังงานทางเลือกอย่าง เอทานอล และ ไบโอดีเซล พื้นที่ปลูกอ้อย ข้าวโพด และปาล์มน้ำมัน จะถูกดึงไปผลิตเป็นพลังงานเพื่อขับเคลื่อนเครื่องจักร แทนที่จะนำมาแปรรูปเป็นอาหาร
  • การกักตุนอาหารโดยผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เก็งกำไรจะทำให้เกิดวิกฤตอาหารและความวุ่นวายทางสังคมเกิดขึ้นในที่สุด ปี 2008 และเมื่อเร็วๆนี้ในกรณียูเครนก็เกิดขึ้นมาแล้ว
ที่มา