ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของไทยต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศมากถึง 53% ขณะที่ผลิตได้เองเพียง 47%

ข้าวโพดแม้ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการแต่สามารถปรับไปใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนได้ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวและปลายข้าวเป็นต้น โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าข้าวโพด ข้าวสาลี หรือ DDGS มากอย่างที่เป็นอยู่ เช่นเดียวกับถั่วเหลือง หรือพืชตระกูลถั่วอื่นๆ ซึ่งหากมองคุณประโยชน์ในเชิงนิเวศเกษตร พืชตระกูลถั่วเหล่านี้เป็นรากฐานของระบบเกษตรกรรมยั่งยืน เพราะช่วยตรึงไนโตรเจน ฟื้นฟูดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเอื้อต่อการทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ต่ออาหารคนได้โดยตรง

ตอนนี้มีเพียงชุดความคิดเดียวของ “ทุน” คือที่ไหนขายได้ถูกกว่าเราก็จะไปซื้อจากที่นั่น ทรัพยากรในทุกที่เป็นของเราและตลาดทั้งหมดเป็นของเรา (เรา ซึ่งไม่รู้ว่า ใคร ?) โดยละเลยมิติอื่นๆไปแทบหมดสิ้น

การลดการนำเข้าและเพิ่มสัดส่วนการผลิตเองในประเทศ เป็นการลดความเสี่ยงจากสงคราม วิกฤติการค้า และความผันผวนของตลาดโลก และสร้างความมั่นคงและอธิปไตยทางอาหารเมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้น

ที่มา