อิหร่าน หรือ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทย 3.2 เท่า ประชากรมากกว่าเรา 39% กำลังทหารมากกว่า 81% งบทหารมากกว่า 44% แต่ไทยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า 11% จีดีพีต่อหัวไทยมากกว่า 42% ส่วนดัชนีความโปร่งใสอยู่ในระดับต่ำทั้งคู่ โดยไทยอยู่ที่อันดับ 116 (ในปี 2025) อิหร่านอันดับแย่กว่า คืออยู่ที่ 151 จาก 184 ประเทศ (ปี2024)

ในทางเศรษฐกิจอิหร่านมีภาคบริการและภาคเกษตรใกล้เคียงกับไทยมาก แตกต่างที่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอิหร่านพึ่งพาน้ำมันและพลังงานค่อนข้างมาก

ตัวเลขที่น่าสนใจ ซึ่งไม่ได้อยู่ในอินโฟกราฟฟิคด้านบน คือ ดัชนีความเหลื่อมล้ำ (Gini coefficient) ล่าสุด อิหร่านมีค่าประมาณ 39–40 ขณะที่ไทยอยู่ที่ประมาณ 34–36 หมายความว่าทั้งสองประเทศมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในระดับสูงทั้งคู่

โดยไทยมีความเหลื่อมล้ำเชิงทรัพย์สิน (wealth inequality) สูงมาก ทรัพย์สินสำคัญ เช่น ที่ดิน หุ้น และทุนธุรกิจ กระจุกตัวในมือคนส่วนน้อย โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีลักษณะกึ่งผูกขาดในบางอุตสาหกรรม ทำให้ผลตอบแทนไหลกลับไปยังกลุ่มทุนขนาดใหญ่

ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำของอิหร่านมาจากพื้นฐานของการเป็นรัฐพลังงานและแรงกดดันภายนอก

ในกรณีของอิหร่าน โครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพา น้ำมันและก๊าซ (ประมาณ 23% ของ GDP) รายได้จากพลังงานมักถูกควบคุมโดยรัฐและกลุ่มอำนาจเฉพาะ ทำให้การกระจายผลประโยชน์ไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศทำให้เกิด เงินเฟ้อสูง ค่าเงินอ่อน และรายได้จริงของประชาชนลดลง กลุ่มรายได้น้อยได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นในเชิงคุณภาพ แม้รัฐจะมีระบบอุดหนุนบางส่วนก็ตาม

ความเหลื่อมล้ำของอิหร่านจึงเชื่อมโยงกับ “โครงสร้างรัฐพลังงานและข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์” มากกว่าการกระจุกตัวของกลุ่มทุนผูกขาดดังเช่นประเทศไทย

ที่มา