แม้ทรัมป์จะเพิ่งประกาศเพิ่มภาษีอินเดียจากเดิม 25% เป็น 50% แต่นั่นไม่ได้ทำให้เป็นข้อได้เปรียบของไทยและเวียดนามมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด
ในปี 2022/23 สหรัฐนำเข้าข้าวคิดเป็นปริมาณถึง 32% ของการบริโภคในประเทศซึ่งถือว่ามีสัดส่วนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดย 60% ของการนำเข้าเป็นกลุ่มข้าวหอมจากเอเชีย ซึ่งมีข้าวหอมมะลิมีสัดส่วนมากที่สุด หรือคิดเป็น 50% ของการนำเข้าข้าวของสหรัฐ
ตลาดข้าวหอมในสหรัฐเป็นตลาดเฉพาะที่แยกกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้าวบัสมาติ กับข้าวหอมมะลิ เพราะตอบสนองต่อวัฒนธรรมอาหารและกลุ่มผู้บริโภคคนละกลุ่มกัน
ภาษีที่สูงขึ้นในกรณีอินเดีย ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิจากไทย(หรือข้าวหอมเวียดนาม)โดยตรง แต่เป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกข้าวบัสมาติจากปากีสถานซึ่งถูกจัดเก็บภาษี 19% มากกว่า
ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อประมาณ 3 ทศวรรษที่แล้ว สัดส่วนการนำเข้าในกลุ่มข้าวหอมสหรัฐเป็นข้าวหอมมะลิจากประเทศไทย 75% และ 25% เป็นข้าวบัสมาติจากอินเดีย/ปากีสถาน แต่สัดส่วนของข้าวหอมมะลิจากไทยค่อยๆลดลงอย่างช้าๆ ดังปรากฎในภาพ
ปรากฎการณ์ระดับโลกกรณีภาษีทรัมป์ จะทำให้เราเรียนรู้และปรับตัวได้อย่างไร ?