ประเทศไทยละเลยการพัฒนาการผลิตถั่วเหลืองมาเป็นเวลานานนับหลายทศวรรษ จนวันนี้พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองเหลือน้อยถึงขั้น “ใกล้ศูนย์” หากเทียบกับปริมาณความต้องการใช้จริงของประเทศกว่า 4 ล้านตันต่อปี (ไม่นับกากถั่วเหลืองอีกหลายล้านตัน) ผลผลิตถั่วเหลืองไทยมีเพียงร้อยละ 0.4 ของความต้องการทั้งหมด ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าแทบทั้งหมด และเมื่อแรงกดดันทางการค้า โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา บีบให้ไทยต้องเพิ่มการเปิดตลาดสินค้าเกษตร การนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

แรงกดดันเช่นนี้ย่อมทำให้สถานการณ์การผลิตถั่วเหลืองในประเทศ “ย่ำแย่ลงไปอีก” เพราะถั่วเหลืองนำเข้า โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ล้วนมีต้นทุนต่ำกว่า มีระบบเงินอุดหนุนและการผลิตแบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เกษตรกรรายย่อยของไทยไม่อาจแข่งขันได้เลย ผลลัพธ์คือพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองไทยค่อย ๆ สูญหาย การเพาะปลูกแทบหยุดลง และความรู้ด้านการผลิตถั่วเหลืองค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถั่วเหลืองไม่ใช่พืชไร่ที่ควรหายไปจากระบบเกษตรไทย การลดลงของพื้นที่ปลูกไม่เพียงส่งผลด้านเศรษฐกิจ แต่ยังบั่นทอน “ระบบนิเวศการเกษตร” ของประเทศอย่างลึกซึ้ง เพราะถั่วเหลืองเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีบทบาทสำคัญในการบำรุงดิน เพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ปรับโครงสร้างดินให้ดีขึ้น และตรึงไนโตรเจนให้พืชชนิดอื่นในรอบการเพาะปลูกต่อไป ถั่วเหลืองจึงเป็นหัวใจของระบบเกษตรนิเวศและเกษตรกรรมแบบผสมผสานที่ยั่งยืน หากประเทศไทยยังต้องการหลุดพ้นจากการใช้ปุ๋ยเคมีราคาแพง การปลูกพืชตระกูลถั่วให้เป็นส่วนหนึ่งของการหมุนเวียนพืชคือหัวใจสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น หากมองในมิติของความมั่นคงทางอาหารระยะยาว ถั่วเหลืองมีคุณค่าที่มากกว่าแค่ “วัตถุดิบอาหารสัตว์” เท่านั้น เพราะถั่วเหลืองคือแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงสำหรับมนุษย์โดยตรง ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหลากชนิด เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง แป้งถั่วเหลือง โปรตีนจากพืช และอาหารแปรรูปทางเลือก ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทยและอาหารเอเชียที่สามารถตอบโจทย์โภชนาการยุคใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเลี้ยงสัตว์ที่สิ้นเปลืองทรัพยากร

ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการระบบอาหารที่ยั่งยืน ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และสร้างฐานความมั่นคงทางอาหารที่แท้จริง การฟื้นฟูพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองภายในประเทศ ยกระดับงานวิจัยสายพันธุ์ท้องถิ่น ส่งเสริมระบบเกษตรนิเวศ และสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยในการผลิตถั่วเหลืองไทยอย่างเป็นระบบ จึงเป็นสิ่งจำเป็นและควรได้รับการผลักดันอย่างยิ่ง

ปัญหาการนำเข้าถั่วเหลืองของไทยไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวเลขการค้าสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ อธิปไตยทางอาหาร การกระจายอำนาจการผลิต ความเป็นธรรมของเกษตรกรรายย่อย และอนาคตของระบบอาหารไทยทั้งระบบ

ที่มา