เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ศาลกรุงมะนิลาได้มีคำพิพากษาที่สั่นสะเทือนวงการเมืองฟิลิปปินส์ เมื่ออดีตนายกเทศมนตรีเมืองบัมบัน (Bamban) จังหวัดตาร์แลค เมื่อ Alice Guo (หรือ Guo Hua Ping) ถูกศาลตัดสินว่าเป็น พลเมืองจีน ไม่ใช่ชาวฟิลิปปินส์ ส่งผลให้ตำแหน่งนายกเทศมนตรีของเธอถูกเพิกถอนเป็นโมฆะโดยทันที

นอกจากปัญหาสัญชาติแล้ว กระทรวงยุติธรรมฟิลิปปินส์ (DOJ) ยังได้ยื่นฟ้องเธอในข้อหาฟอกเงิน 62 กระทง จากธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับศูนย์พนันออนไลน์ผิดกฎหมาย (POGO) และเครือข่ายแรงงานข้ามชาติที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์

แต่สิ่งที่ทำให้คนฟิลิปปินส์ช็อคมากกว่านั้น คือข้อกล่าวหาที่ว่า Alice Guo อาจเป็น “สายลับของจีน” ที่แทรกซึมเข้าสู่ระบบการเมืองท้องถิ่นของประเทศ (ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีข้อสรุปดังกล่าวอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานฟิลิปปินส์)

วุฒิสภาฟิลิปปินส์ได้เปิดการไต่สวนพิเศษ หลังสารคดีของ Al Jazeera เปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่าง Guo กับ เสอจื้อเจียง (She Zhijiang) ผู้สร้าง “ชเวโก๊กโก่”นักธุรกิจชาวจีนที่ถูกจับในไทยและถูกกล่าวหาว่ามีความใกล้ชิดกับธุรกิจการพนันผิดกฎหมายในหลายประเทศในภูมิภาค

คำให้การจาก Wang Fu Gui อดีตเพื่อนร่วมห้องขังของ She ยืนยันต่อทีมสอบสวนของวุฒิสมาชิก Risa Hontiveros ว่า Guo เป็นสายลับจีน แม้ข้อมูลนี้ยังอยู่ในชั้นสืบสวน แต่ก็เพียงพอให้รัฐบาลฟิลิปปินส์เริ่มทบทวนช่องโหว่ในระบบการเมืองและความมั่นคงของประเทศ

กรณีของ Alice Guo สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบใหม่ของอิทธิพลจีน ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ แต่กำลังคืบคลานไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น การใช้เงินลงทุนและกิจการพนันออนไลน์ การซื้อที่ดินและสัญชาติท้องถิ่นผ่านช่องว่างทางกฎหมาย รวมไปถึงการแทรกซึมเข้าสู่เครือข่ายการเมืองท้องถิ่น

หลายปีที่ผ่านมา เราเห็นข่าวต่อเนื่องของ “จีนเทา” ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การยึดที่ป่าสร้างสวนทุเรียน กว๊านซื้อสวนทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ ตั้งโรงงานผิดกฎหมาย การแผ่อิทธิพลเข้าไปสู่การเมืองระดับท้องถิ่น อย่างข่าวอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งของไทยได้แต่งตั้งชาวจีนให้เป็น “ที่ปรึกษา” อย่างเป็นทางการ และแม้กระทั่งในแวดวงการเมืองระดับชาติ ที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มี “นักธุรกิจจีน” เข้าไปเกี่ยวข้องกับนักการเมืองคนสำคัญหลายคน ซึ่งไม่รู้ว่าใครเทามากกว่ากัน

เวลาเราพูดถึงอิทธิพลจีนต่อประเทศไทย ไม่ได้มีความหมายเฉพาะการพูดถึงในระดับชาติเท่านั้น แต่หมายถึงอิทธิพลการแทรกซึมที่ลงลึกไปจนถึงระดับเศรษฐกิจและการเมืองฐานรากของประเทศด้วย กรณี “Alice Guo” ไม่ได้เกิดขึ้นที่ฟิลิปปินส์แต่กำลังเกิดขึ้นกับหลายประเทศในภูมิภาค และบางทีประเทศไทยอาจจะเป็นประเทศที่อ่อนแอที่สุดต่อการเข้าครอบงำจากกลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานจากประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชียที่กลายมาเป็นประเทศมหาอำนาจใหม่ของโลก

ใครจะไปรู้ว่า การเลือกตั้งคราวหน้า เราอาจมีตัวแทนแบบ Alice Guo ในเวอร์ชั่นไทยเข้าไปนั่งกำกับนโยบายและออกกฎหมายของประเทศก็เป็นไปได้ ?

ที่มา :

ที่มา